คอลัมน์ :: เสียงของมด ตอน เส้นทางอาชีพตำรวจ ของสาวชาวไทดำ
    


  ทุกอาชีพล้วนแล้วแต่ต้องใช้ความถนัดในการทำมาหากินทั้งนั้น แต่ใครจะรู้ว่าอาชีพที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้เป็นอาชีพที่ทุกคนต่างรู้จักกันดี อยู่แล้ว คืออาชีพ“ตำรวจ” อาชีพนี้หลายคนใฝ่ฝันที่จะใส่เครื่องแบบอันทรงเกียรติ หลายคนพรากเพียรพยายามที่จะต้องให้ได้มาซึ่งอาชีพที่ทรงคุณค่า และต้องการความศรัธทาจำนวนมาก วันนี้ผมจะพาไปสัมภาษณ์ตำรวจหญิงท่านหนึ่ง ที่ได้ก้าวผ่านความอยากลำบากกว่าจะได้มาสวมเครื่องแบบสีกากีนี้ได้ จากหญิงสาวตัวเล็กๆที่อยู่หลังเขาชาวไทดำ อยู่เขาย้อยเพรชบุรี จากเด็กต่างจังหวัด เขาได้เพียรพยายามแค่ไหนในการที่จะได้มาในตำแหน่งงานที่เขารัก .. อย่ารอช้า ไปพบกับเธอเลยดีกว่า

 

จ่าสิบตำรวจ หญิง สุทิพย์กัญญา ทับทิมสิริบูลย์ หรือ ชื่อเล่นว่า โส  

ผม :: จ่าโสครับ เป็นไงมาไงถึงได้มาเป็นตำรวจได้ครับ

จ่าโส :: เรื่องมันยาวค่ะ ก่อนอื่นต้องเริ่มที่หลังเขานู่นเลยนะ(หัวเราะ) คือ จ่าเองนั้นแต่ก่อนก็เป็นเด็กหลังเขาคน หนึ่ง หลังเขาจริงๆนะ คือบ้านจ่านั้นอยู่บนเขาย้อย จ.เพรชบุรีนู่นเลย พ่อและแม่เองเป็นชาวไทดำ เรียกว่าโซ้งนั่นแหละ ตัวพ่อของจ่าเองก็เป็นครู ฐานะพอปานกลาง แต่มีลูกหลายคน จ่าเองเป็นคนที่6 ทางบ้านฐานะไม่ค่อยจะดีมาก แต่ตนเองเป็นคนสนใจเรียน ตอนเด็กๆได้เรียน้อย แต่อาศัยขยัน ทำจบปวช. แล้วก็เข้ามาทำงานที่กรุงเทพ ตอนนั้นมาคนเดียวด้วย เป็นสาวแล้วด้วยนะ อายุ17-18เอง ได้ค่าแรงก็เดือนล่ะ500บาทแค่นั้นแหละ จากนั้นก็ไปสมัครเป็นลูกจ้างที่รพ.พระมงกุฎ ทำอยู่ประมานสัก4-5ก็คิดว่าอยากจะก้าวหน้าให้ได้มากกว่านี้ เลยคิดจะสอบตำรวจ เพราะตนเองมีความใฝ่ฝันอยู่แล้วตั้งแต่เด็กไง ก็เลยไปสอบเป็นพลตำรวจหญิง สอบครั้งเดียวทีแรกก็ติดเลยค่ะ

 

ผม :: โอโห้ ครั้งเดียวก็ติดเลยหรือครับ แล้วทางบ้านว่ายังไงบ้าง ?
จ่าโส :: คุณพ่อดีใจมาก เนื่องจากพี่ชายก็สอบตำรวจติดแล้วเหมือนกัน พี่เองก็เป็นตำรวจอีกคน ทำให้พ่อและแม่ยิ่งปลื้มเขาไปใหญ่ ตัวพี่เองก็มีความภูมิใจมาก เพราะตั้งแต่มาอยู่กรุงเทพนั้น ก็ไม่เคยที่จะขอเงินจากทางบ้านมาใช้เลย หาเองตลอด เดือนไหนเหลือจากหักค่าใช้จ่ายก็ส่งทางบ้านบ้าง

ผม :: หน้าที่ในแต่ละวันทำอะไรบ้าง เหรอครับ
จ่าโส :: ก็ทำหน้าที่ตรวจเองการเกี่ยว กับคดีทุกอย่าง ตอนนี้ประจำอยู่ที่กองบังคับการตำรวจนครบาล2 งานก็เยอะกว่าแต่ก่อนมาก แต่ไม่เป็นไร เราไม่ค่อยเหนื่อย เพราะเป็นอาชีพที่เรารักมาก

ผม :: เล่าให้ฟังบ้างได้ไหมครับ ว่าตอนเด็กเคยร่วมพิธี หรือกลับไปร่วมงานเกี่ยวกับไทดำบ้างไหม?
จ่าโส :: แน่นอนๆ มีทุกครั้ง เวลาไหนว่างก็จะไปตลอด ตอนเด็กๆนี่จำได้เลยนะ งานแต่งของพี่สาว ตอนนั้นเราก็รู้สึกธรรมดาๆที่เห็นงานแต่งพี่สาวเราเป็นชุดดำหมดเลย จนมาอยู่กรุงเทพตอนสาวๆ ทำให้รู้ว่างานแต่งเขาไม่ใส่ชุดดำกัน(หัวเราะ) แล้วก็มีเสนเรือนอีก อันนี้ที่บ้านจะจัดสองปีครั้ง ก็ได้กลับไปร่วมทุกปีเหมือนกัน

ผม :: คิดว่าไทดำเราเป็นไงบ้างครับ หมายถึงว่าได้รับการยอมรับมากไหม
จ่าโส :: ใช่ค่ะ ตอนนี้ประเทศไทยเปิดกว้างในความสามารถ ใครมีความสามารถก็ทำได้ทุกอย่าง ถ้าเก่งจริงเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยก็ได้นะค่ะ(หัวเราะ) ไม่ว่าเราจะมาจากไหนก็อย่าได้ย่อท้อเลย อย่างตัวจ่าเองนั้น กว่าจะมาเป็นตำรวจก็ผ่านอะไรมาเยอะมาก ไม่ใช่ว่าจะมาได้ง่ายๆ เป็นตำรวจนั้นว่ายากแล้ว การจะทำอาชีพนี้ให้มีเกียรติและมีศรัทธาก็ยากกว่าอีกค่ะ ทุกอาชีพเราสามารถทำได้ค่ะ



 

    
เป็นไงบ้าง ครับ อาจจะเป็นเพียงการสนทนาที่สั้นๆ เพราะจ่าโสเองนั้นงานเยอะมาก จึงไม่ได้มีโอกาสในการสนทนามากน่ะ จึงทำให้มีโอกาสเล่าเรื่องต่างๆอีกเยอะ เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง สุดท้ายจริงๆอย่างที่จ่าโสได้บอกไว้นั่นแหละ การจะได้อะไรมาต้องมีความยากลำบากเสมอ เพื่อที่สิ่งที่ได้มานั้นจะยังคงเป็นของมีค่า สุดท้ายจ่าโสเองแกก็ตามฝันแกสำเร็จครับ จากเด็กสาวตัวเล็กๆ บ้านอยู่หลังเขา แต่วันนี้เติบโตได้มาเป็นตำรวจกลางเมืองกรุงได้สำเร็จตามที่เขามุ่งหวังไว้ ตั้งแต่เด็ก...